นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมและนิทรรศการยางเอเซียแปซิฟิก ครั้งที่ 3 ปี 2555 ณ โรงแรม อิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค ว่า การประชุมและนิทรรศการยางเอเซียแปซิฟิก (Asia Pacific Elastomer Science & Technology : APEST) ครั้งที่ 3 ซึ่งการประชุมและสัมมนาครั้งนี้ว่าด้วยเรื่องของยางธรรมชาติกับตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการสร้างความยั่งยืนในตลาดโลก และการสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยางพาราในประเทศไทย รวมไปถึงประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพรินท์ การจัดการด้านพลังงาน ยางรีเคลม ยางรีไซเคิล และยางสังเคราะห์นวัตกรรมใหม่ อีกทั้งยังมีเรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์และล้อยาง โพลิเมอร์เพื่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีและความก้าวหน้าของน้ำยางข้น เป็นต้น โดยมีผู้บรรยายให้ความรู้ 20 คน และผู้เข้าร่วมประชุมทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 250 คน
นายนิวัติ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและสร้างอำนาจในการแข่งขันเกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญระดับชั้นนำมาบรรยายถึงภาพรวมของการบริโภคพลังงานในกระบวนการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง พร้อมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำหลักการต่างๆ ในการบริหารจัดการด้านพลังงาน รวมถึงเทคนิคและวิธีที่จะควบคุมการใช้พลังงานและของเสียต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพด้วย
ทั้งนี้ สหประชาชาติว่าด้วยการค้า สิ่งแวดล้อม และการพัฒนา (UNCTAD) ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญสนับสนุนการสร้างกรอบการผลิตยางธรรมชาติอย่างยั่งยืน จะทำหน้าที่เป็นเวทีประสานงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อสร้างมาตรฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ช่วยเหลือผู้ผลิตยางธรรมชาติในการพัฒนาข้อควรปฏิบัติที่ดีสำหรับการผลิตยาง โดยมีความเชื่อมโยงด้านคาร์บอนฟุตพรินท์ และวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ด้วย
“การประชุมและนิทรรศการยางเอเซียแปซิฟิก เพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมยางในเอเซีย ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกระดับตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีการผลิตและแปรรูปยางระดับต้นน้ำและส่งออกในรูปแบบวัตถุดิบมากที่สุดของโลก จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการพัฒนายกระดับความยั่งยืนให้ไปสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศด้านวิชาการอย่างมีมาตรฐาน ตลอดจนมีการเสนอโครงการสร้างมาตรฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นการป้องกันการกีดกันทางการค้าในอนาคตด้วย” นายนิวัติ กล่าว
ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า