Yor are here   
 News Details
สถานการณ์น้ำมัน ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์รายงานสถานการณ์น้ำมัน ประจำวันที่  9 กุมภาพันธ์ 2553 ปิดตลาดวันที่ 8 กุมภาพันธ์  2553 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุน(บวก) และกดดัน(ลบ) ราคาให้เคลื่อนไหวเพิ่มสูงขึ้น หรือลดลงสำคัญ ๆ ดังนี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์ค ส่งมอบเดือน มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 0.70 เหรียญสหรัฐฯ ปิดที่ 71.89 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจาก
+ สภาพอากาศที่หนาวเย็นและหิมะที่ตกอย่างหนักทางตะวันออกของสหรัฐฯส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น หลังจากลดลงอย่างหนักเกือบ 6 เหรียญสหรัฐฯในสัปดาห์ก่อน โดยมีการคาดการณ์ว่าความต้องการน้ำมันทำความร้อนในสหรัฐฯสัปดาห์นี้จะเพิ่มขึ้น 7.6% จากระดับปกติ หลังจากที่สัปดาห์ก่อนเพิ่มขึ้น 7.3%
+ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตระกร้าเงิน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงทางเทคนิก หลังตลาดหุ้นในเอเซียไม่ได้ปรับตัวลดลงมากเมื่อวานนี้ ทำให้มีการหันกลับไปซื้อสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูง และสินค้าโภคภัณฑ์รวมทั้งน้ำมัน
- อย่างไรก็ตามตลาดยังคงกังวลต่อปัญหาหนี้สูงของประเทศในกลุ่มยูโร ทั้งกรีซ โปรตุเกส และสเปน และส่งผลให้ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลงลงกว่า 103 จุด ปิดตลาดต่ำกว่า 10,000 จุด เป็นครั้งแรกจากเดือนพ.ย.ปีก่อน โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารออกมาอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารเหล่านี้อาจต้องเพิ่มทุนหากหนี้ของประเทศดังกล่าวเกิดปัญหา
+ อิหร่านประกาศเพิ่มการผลิตแร่ยูเรเนียมและที่ผลิตนิวเคลียร์ อีก 10 แห่ง สร้างความกังวลให้กับประเทศทางตะวันตกว่าอิหร่านจะทำการผลิตระเปิดปรมาณู และส่งผลให้สหรัฐฯและฝรั่งเศสออกมากดดันประเทศต่างๆให้เพิ่มมาตรการลงโทษกับอิหร่าน
ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือน มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 0.52 เหรียญสหรัฐฯ ปิดที่ 70.11 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบดูไบ ที่ตลาดสิงคโปร์ ปรับลดลง 1.19 เหรียญสหรัฐฯ ปิดที่ 69.28 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์นั้น ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าการปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบดูไบตามราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯที่ลดลงมากในสัปดาห์ก่อน ประกอบกับมีการส่งออกจากอินเดียเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามความต้องการจากอินโดนิเซีย อาฟริกาและตะวันออกกลางน่าจะช่วยหนุนราคาน้ำมันเบนซินได้ และราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงน้อยกว่าการปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องความต้องการน้ำมันทำความร้อนที่เพิ่มขึ้นทางสหรัฐฯ และอุปทานที่ลดลงทางยุโรปจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในช่วงนี้
สำหรับแนวโน้มทิศทางระยะสั้นนั้นคาดว่า  ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 68 ถึง 75 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ติดตามการรายงานสถานการณ์น้ำมันประจำเดือน ก.พ. ของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขยอดค้าส่ง และผลประกอบการบริษัทวอลต์ ดิสนีย์ และโคคา โคล่า ในคืนนี้
 
ทั้งนี้ มีปัจจัยที่น่าจับตาติ ดตามสำคัญ ๆ ดังต่อไปนี้
• ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ได้แก่
วันอังคาร: ยอดค้าส่ง และผลประกอบการไตรมาสที่ 4/52 ของบริษัท วอลต์ ดิสนีย์ และโคคา โคล่า
วันพุธ: ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศ
วันพฤหัส: ยอดค้าปลีก จำนวนผู้ขอสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน และผลประกอบการไตรมาสที่ 4/52 ของบริษัท เป๊ปซี่
วันศุกร์: ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ
• รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำเดือน ก.พ. ของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ ในวันที่ 9 ก.พ. ของโอเปก ในวันที่ 10 ก.พ. และ ของสำนักงานพลังงานสากล ในวันที่ 11 ก.พ. ซึ่งจะมีการประมาณการความต้องการใช้น้ำมันของโลก
• ผลสำรวจรอยเตอร์คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯสิ้นสุด 6 ก.พ. จะเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล น้ำมันเบนซินจะเพิ่มขึ้น 0.3 ล้านบาร์เรล ในขณะที่น้ำมันดีเซลจะลดลง 1.7 ล้านบาร์เรลเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นทำให้ความต้องการน้ำมันทำความร้อนเพิ่มขึ้น

Written By: admin
Date Posted: 2/9/2010
Number of Views: 39

Return
  
Wealth Streams Futures Co.,Ltd.
622 Emporium Tower 25/6th Sukhumvit Rd., Klongton, Klongtoey, Bangkok 10110 Thailand
Tel : (02) 664-7450-3 Fax : (02) 664-7454-5 email: wealthstreams@efuturesthai.com
Copyright © 2005 Wealth Streams
Power by Bighead Creative Co.,Ltd.